กรกช วิริยอุดมศิริ จากนักเตะพเนจร สู่ประตูสุดสวยจากลูกเตะมุม

กรกช วิริยอุดมศิริ จากนักเตะพเนจร สู่ประตูสุดสวยจากลูกเตะมุม

การแข่งขันฟุตบอลซูซุกิ คัพ 2018 นัดที่ 2 ของทีมชาติไทย หลังจากเกมของทีม “ช้างศึก” ดูตื้อๆ เกมรุกก็ไม่ได้จังหวะจบเกมรับก็หลวมๆ จนเปิดโอกาสให้คู่แข่งมีโอกาสยิงเรื่อยๆ จนถึงคราวที่สถานการณ์เป็นรอง เมื่อทีมชาติอินโดนีเซียได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากลูกยิงไกลสุดสวย ทำให้แฟนบอลหลายคนถึงกับอึ้งและคิดว่าแมทช์นี้คงไม่ใช่งานง่ายอย่างที่คิดไว้

หลังถูกขึ้นนำ ทำให้ทีมชาติไทยโหมบุกหนัก จนได้ลูกเตะมุมทางฝั่งขวา กรกช วิริยอุดมศิริ แบ็คซ้ายจากทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดวางลูกที่มุมธง ไม่มีใครคาดคิดว่าอีก 4 วินาทีถัดมา เสียงเตะลูกบอลจากเท้าซ้ายของเขา จะโค้งเข้าเสียบสามเหลี่ยม ทำให้เกิดเสียงเฮลั่นจากแฟนบอลเกือบ 4 หมื่นคนในสนาม

ประตูตีเสมอลูกนี้กลายเป็นประตูสำคัญที่ถูกที่ถูกเวลาของทีมชาติไทย ช่วงเวลาหนึ่ง ที่ธีราทรเล่นให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แล้วซัดเตะมุมเข้าในฟุตบอลAFC นั้น หลายๆ คนคงจำสีหน้าผู้รักษาประตูฝั่งตรงข้าม ที่เกิดความกังวลยามบุรีรัมย์ได้ลูกฟรีคิก

เกมนี้แทบไม่ต่างกัน หลังจากกรกช ซัดเตะมุมเข้า ความรู้สึกเขย่าประสาทเกมรับของอินโดนีเซียก็มีให้เห็น ยามที่ทีมชาติไทยได้ลูกนิ่งฝั่งขวา จนนำมาสู่ประตูขึ้นนำในช่วงท้ายครึ่งแรก 2-1 และทำให้สถานการณ์ในครึ่งหลังเป็นงานง่ายขึ้น และเมื่อจบเกม ทีมชาติไทยเอาชนะไปได้ 4-2

เชื่อได้ว่า ฟอร์มของแบ็คซ้ายรายนี้ น่าจะทำให้แฟนบอลหลายๆ คนหมดห่วงยามที่ไร้แบ็คซ้ายเบอร์ 1 อย่าง ธีราทร บุญมาทัน ด้วยผลงานคงเส้นคงวา ในการเล่นให้กับต้นสังกัดทีมบ้านเกิดอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และมีส่วนในการพาทีมคว้าแชมป์ โตโยต้าไทย ลีก 2018

กว่าจะมาถึงวันนี้ ชื่อของ กรกช วิริยอุดมศิริ เรียกได้ว่าเป็นนักเตะพเนจรคนหนึ่ง เพราะเขาผ่านการลงเล่นให้กับหลายสโมสรระดับมหาวิทยาลัย ผ่านการคัดเลือกของมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต และเริ่มต้นการเล่นฟุตบอลอาชีพกับ สโมสรฟุตบอล ปตท.ระยอง

ทว่าหลังจากนั้นปีเดียว เขาก็กลับมารับใช้สโมสรมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ในระดับดิวิชั่น 2 และได้ย้ายไปเล่นกับทีมกรมศุลกากร สุวรรณภูมิ

ในที่สุดฝีเท้าที่เริ่มจะเฉิดฉายของ กรกช ก็ไปเตะตาโค้ชโย่ง วรวุฒิ ศรีมะฆะ กุนซือใหญ่ของ สงขลา เอฟซี เมื่อปี 2011และเข้าตัดสินใจลงใต้ เพื่อพิสูจน์ตัวเองกับความเป็นแบ็คซ้ายเบอร์ต้นๆ ของประเทศ

ผลงานของเขากับสงขลา เอฟซีนี่เอง ที่ทำให้ กรกช ฉายแววแบ็คซ้ายได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะลูกฟรีคิก ลูกเซ็ตพีซ ที่ไว้ใจได้ทำให้ตำแหน่งแบ็คซ้ายของสงขลา เอฟซี ในตอนนั้น ขาด กรกช ไม่ได้เลย

หลังจากนั้น เขาได้ลงเล่นให้กับ บีอีซี เทโรศาสน และถูก สงขลา ยูไนเต็ด ยืมตัวในปี 2012 อีกหนึ่งปีให้หลัง ถูก บางกอกกล๊าสเอฟซี ยืมตัว และย้ายไปเล่นให้กับ ชลบุรี เอฟซี ในปี 2014 จนถึงปี 2016 ได้ย้ายมาอยู่ในต้นสังกัดปัจจุบันอย่าง บุรีรัมย์ยูไนเต็ด

การเดินทางของเขา อาจไม่ใช่เส้นทางที่ราบเรียบ แต่การทำประตูแรกของเขาในนามทีมชาติไทยในวัย 30 ปีน่าจะเรียกความมั่นใจให้กับเขาได้มากขึ้น และน่าจะสร้างผลงานให้ดีขึ้นอีกได้ในอนาคต ส่วนจะไปได้ไกลแค่ไหนแฟนบอลคงต้องให้กำลังใจและติดตามผลงานกันต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *